วัดเกาะเกษวาริการาม

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2538 พ.ศ. 2538

          วัดเกาะเกษ เป็นเกาะกลางน้ำที่ธรรมดาแห่งหนึ่ง แต่มีความไม่น่าจะธรรมดา เนื่องมาจากสถานที่แห่งนี้เมื่อก่อนนั้นเคยเป็นที่ใครต่อใครไม่อยากไปเยือน เพราะโดดเดี่ยวกลางน้ำห่างไกลชุมชนและลี้ลับน่าสะพรึงกลัว ป่าไม้ที่หนาทึบรกครื้ม ได้ซ่อนกลิ่นอายอาถรรพ์ และปรากฎแก่ผู้ไปเยือนเสมอ
          ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2453 ชาวบ้านได้มาสร้างวัดขึ้นเพื่อล้างอาถรรพ์ด้วยอำนาจของพระพุทธคุณให้ชื่อว่า วัดเกาะเกษวาริการาม และได้รับวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2455 ประวัติของพระที่อยู่เป็นเนื้อนาบุญไม่ชัดเจน เพราะบางปีก็ร้างสงฆ์ บางปีก็มีพระมาอยู่จำพรรษา ไม่มีทางไปสู่วัดและเนื้อที่วัดถูกน้ำเซาะพังลงทุกปี
          ปัจจุบันที่มีการบูรณะศาสนสมบัติและถมดินถนนเข้าสู่วัด จนกลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ผู้ไปเยือนไม่น่าจะพลาด เพราะว่ากันว่า เนินดินแห่งนี้ก็เป็นเนินดินธรรมดา แต่จากอดีตถึงปัจจุบันแม้ฤดูที่มีน้ำมาก เกาะเกษไม่เคยถูกน้ำท่วมดูรวมกับว่า แผ่นเล็ก ๆ นี้จะลอยตัวขึ้นเหนือระดับน้ำอย่างน่าอัศจรรย์
         
พบกรุสมบัติที่วัดเกาะเกษบนเกาะกลางลำน้ำปาว หลังจากขุดฐานรากโบสถ์เพื่อทำการก่อสร้าง พบก้อนหินขนาดใหญ่คล้ายลูกนิมิต โครงกระดูกมนุษย์บริเวณล้อมรอบพบเครื่องรางของขลัง วัตถุมงคล เครื่องประดับ เงินโบราณ เหรียญ ร.5 พระผู้ควบคุมการก่อสร้างเผยวัดเก่าแก่อายุมากกว่า 100 ปี ไม่เคยพบที่ไหนมาก่อน มีตำนานเล่าเกี่ยวกับพระยานาค และมีนิทานพื้นบ้านเรื่อง " ผาแดง - นางไอ่ " ทำให้ชาวบ้านไม่มีใครกล้าเข้าวัด ส่วนชาวบ้านที่รู้ข่าวได้เดินทางมาสักการะเป็นจำนวนมาก
          ได้มีการขุดพบกรุสมบัติสมัยรัชการที่ 5 ที่บริเวณเกาะเกษ ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะขนาดเล็ก กลางลำน้ำปาว ต.เวียงคำ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี หลังจากที่ได้มีการขุดฐานรากของโบสถ์ หรือสิมหลังเก่าออกเพื่อทำการก่อสร้างโบสถ์หลังใหม่ และจากการขุดฐานรากลงไปเพื่อทำการก่อสร้าง ปรากฏว่าเมื่อขุดลึกลงไปได้ประมาณ 2 เมตร ได้พบกับก้อนหินขนาดใหญ่คล้ายลูกนิมิตและโครงกระดูกมนุษย์หันศรีษะไปทางด้านตะวันตกมีความยาวประมาณ 1.80 เมตร และบริเวณรอบโครงกระดูกนั้นพบเครื่องรางของขลัง วัตถุมงคล เครื่องประดับเงินโบราณและเครื่องใช้ต่าง ๆ เป็นจำนวนมากรวม 1 พันรายการ ส่วนเงินที่พบนั้นเป็นเหรียญรัชการที่ 5 ขนาดราคา 1 บาท รุ่นช้างสามเศียร หลังจากที่ข่าวขุดพบเกาะสมบัติแห่งนี้ได้มีประชาชนจำนวนมากเดินทางกราบไหว้บูชาตลอดเวลา
          พระมหาวิลาศ วิสุทธิสาโร พระธรรมทูต ซึ่งเป็นผู้ดูแลควบคุมการก่อสร้างของวัดเกาะเกษได้เปิดเผยว่า ขณะนั้นของที่ขุดพบทั้งหมดมีการบันทึกรายการของไว้ทั้งหมดทุกชิ้น โดยการควบคุมของคณะกรรมการของวัด บางส่วนจะนำไปเก็บไว้ที่วัด และของส่วนที่มีค่าทางคณะกรรมการจะนำไปเก็บไว้ในที่ปลอดภัย เมื่อมีการก่อสร้างโบสถ์เสร็จแล้วนำของทุกอย่างมาเก็บไว้ที่เดิม แต่สมบัติทั้งหมดนี้คงจะไม่มีใครกล้านำออกไปไหน เนื่องจากวัดเกาะเกษเป็นวันเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 100 ปี และวัดแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณเกาะกลางลำน้ำ และมีตำนานเล่าเกี่ยวกับพญานาค ตลอดจนมีนิทานเรื่อง ผาแดง-นางไอ่ ที่ได้เล่าสืบต่อกันมา จึงทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้วัดนี้ จนเมื่อหลายปีก่อนได้มีการบูรณะวัดขึ้นมาใหม่จนมาขุดเกาะพบสมบัติแห่งนี้

        ปัจจุบันเจ้าอาวาสวัดเกาะเกษวาริการาม คือ พระอธิการมงคล สุมังคโล (เจ้าคณะตำบลเวียงคำ เขต 2)

Comments